ความเป็นมาของการกัดกระจก

การกัดกระจก เป็นงานศิลปอีกประเภทหนึ่ง ที่เกี่ยวกับการตกแต่งกระจกประดับอาคารบ้านเรือน หรือแม้กระทั่งเป็นงานประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ เป็นที่นิยมกันมากในยุคนี้ ปัจจุบันเทคนิควิธีการกัดกระจกได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากการประดิษฐ์คิดค้นรูปแบบใหม่ๆ จากผู้คนที่สนใจงานกระจก ได้นำไปสู่การค้นคว้าเทคนิคด้านกระจกกันอย่างแพร่หลาย หนังสือกัดกระจกเล่มนี้ เป็นหนังสือที่แนะนำวิธีการอย่างง่ายๆ ในการกัดกระจก หากผู้ฝึกหัดได้ทำตามที่แนะนำไว้ ก็จะประสบผลสำเร็จได้โดยง่าย ลวดลายที่มีในเล่ม บางลวดลายอาจมีเส้นละเอียดมาก ก็ให้ตัดทอนเส้นได้ตามสะดวก

การตกแต่งกระจกและแก้วให้มีลวดลายต่าง ๆ สวยงามนั้นมีหลายวิธีการ คือ
1. การแกะสลักและเจียระไน
กรรมวิธีนี้คือการเจียระไนเป็นลวดลายลึกลงไปในเนื้อแก้ว โดยใช้เครื่องมือเจียระไน ถ้าเป็นกระจกแผ่นเรียบใช้เครื่องเจียรแบบสายอ่อนคล้ายเครื่องกรอฟัน ซึ่งมีหัวหินเจียรแบบต่าง ๆ แกะสลักลวดลายลงบนกระจกเป็นลวดลายตื้นลึกโค้งเว้าตามต้องการ การแกะสลักแบบนี้เหมือนกับการวาดภาพ ขึ้นอยู่กับฝีมือและความชำนาญของคนทำ แต่ถ้าเป็นภาชนะต่าง ๆ เช่น แก้ว ถ้วย ขวด แจกัน ฯลฯ จะใช้หินเจียรแบบจาน เจียระไนแก้วเป็นร่องลึกลงไปเป็นเส้นสายตัดสลับกัน เกิดเป็นลวดลายที่เป็นเหลี่ยมมุมเหมือนการเจียระไนเพชร ซึ่งเรียกภาชนะที่ทำด้วยวิธีนี้ว่า แก้วเจียระไน
2. การพิมพ์ซิลค์สกรีน
การพิมพ์ซิลค์สกรีนเป็นการพิมพ์อย่างหนึ่ง ที่สามารถพิมพ์ลงบนวัสดุได้เกือบทุกชนิดรวมทั้งแก้วด้วย กรรมวิธีนี้เหมาะสำหรับใช้ในการผลิตเป็นจำนวนมาก เช่น การพิมพ์แก้วน้ำ ขวดบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ สีที่ใช้ในการพิมพ์แก้วต้องเป็นสีพิมพ์แก้วโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่การพิมพ์แก้วต้องพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ระบบซิลค์สกรีน ซึ่งสามารถพิมพ์ได้หลายสีและพิมพ์บนแก้วรูปทรงต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วจะต้องนำเข้าเตาอบสีอุณหภูมิสูง เพื่ออบสีให้ละลายติดเนื้อแก้ว สีพิมพ์ที่ผ่านการอบสีแล้วจะติดแน่นทนทานมาก
3. การใช้สีเขียนบนกระจก
กรรมวิธีนี้เหมือนกับการเพนท์รูปทั่วไปเพียงแต่ต้องใช้สีสำหรับเขียนบนแก้วโดยเฉพาะ ซึ่งมีหลายชนิด เช่น สี Stain Glass ซึ่งเป็นสีโปร่งใส และสีอะครีลิก ซึ่งเป็นสีทึบแสง
4. การใช้กรดกัด
กรดที่ใช้คือกรดไฮโดรฟลูออริก (HF) หรือที่เรียกทั่วไปว่ากรดกัดแก้ว มีวิธีการทำดังนี้
1.
นำแผ่นกระจกใสมาล้างทำความสะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง
2. นำแผ่นสติกเกอร์พีวีซี ที่เตรียมร่างลวดลายเอาไว้แล้วติดลงบนกระจก
3. ใช้ใบมีดคัตเตอร์ตัดลวดลายบนสติกเกอร์ตามแบบแล้วจึงลอกสติกเกอร์ส่วนที่ต้องการกัดกรดออก
4. นำดินน้ำมันมาล้อมรอบแบบลวดลายที่จะกัดกรด
5. เทกรดกัดแก้วไฮโดรฟลูออริกผสมลงในน้ำอัตราส่วน กรด 1 ส่วน ต่อน้ำ 9 ส่วน โดยประมาณให้เข้ากัน
6.
เทกรดที่ผสมแล้วลงในแบบที่เตรียมไว้ ใช้เวลากัดประมาณ 30 นาที
7.
เทกรดออก แกะดินน้ำมันออกล้างด้วยน้ำเช็ดให้แห้ง
8. ถ้าต้องการลวดลายที่กัดลงไปเป็นฝ้า ให้ใช้พู่กันระบายกาวกัดกระจก Siricol ลงไปก่อนที่จะลอกสติกเกอร์ออก
9. เสร็จแล้วลอกสติกเกอร์ออกล้างน้ำทำความสะอาดเป็นอันเสร็จขั้นตอนการกัดกระจกด้วยกรด
5. การพ่นทราย
หลักการของกรรมวิธีการทำลวดลายบนกระจกด้วยวิธีพ่นทรายคือใช้เครื่องมือสำหรับพ่นทรายแรงดันสูง พ่นทรายลงบนผิวกระจกที่ต้องการให้เกิดลวดลาย ทรายที่พ่นออกมาจะไปกัดผิวของกระจกให้เกิดเป็นรอยฝ้าเหมือนการใช้กระดาษทรายขัด เกิดเป็นลวดลายตามต้องการ ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดและขั้นตอนการทำในเรื่องต่อไป

กรรมวิธีการทำลวดลายบนกระจกโดยวิธีพ่นทราย

กรรมวิธีการทำลวดลายบนกระจกโดยวิธีพ่นทราย
การพ่นทรายเป็นกรรมวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดลวดลายบนกระจกได้โดยทรายที่ใช้คือ อะลูมินัมออกไซด์ (Aluminum Oxide) มีลักษณะเป็นผงละเอียด แต่ละเม็ดจะมีความแข็งและความคมสูง เมื่อถูกพ่นลงบนผิวแก้วด้วยความเร็วสูงจะสามารถกัดกร่อนผิวแก้วให้เกิดเป็นรอยฝ้าลึกลงไปเนื้อแก้ว ทรายที่ใช้นอกจากจะใช้อะลูมินัมออกไซด์แล้ว ยังสามารถใช้ทรายจากธรรมชาติได้โดยการร่อนเอาเฉพาะทรายที่ละเอียดมาก และต้องใช้เครื่องพ่นทรายที่มีแรงพ่นสูงมากขึ้น เพราะทรายจากธรรมชาติจะมีความแข็งและความคมน้อยกว่าอะลูมินัมออกไซด์ เวลาพ่นจึงต้องใช้เวลานานมากกว่า
กรรมวิธีที่จะทำให้เกิดเป็นลวดลายตามที่เราต้องการนั้นจะใช้หลักการของการทำสเตนซิล ซึ่งเป็นกลวิธีการพิมพ์ลายฉลุ เป็นการทำแม่พิมพ์แบบง่าย ๆ ตั้งแต่สมัยโบราณ โดยการฉลุแผ่นกระดาษหรือแผ่นโลหะเป็นลวดลายหรือภาพ แล้วพ่นหรือทาสีลงไปผ่านช่องที่ฉลุไว้ ลงบนวัสดุที่ต้องการพิมพ์ ซึ่งหลักการนี้เรานำมาใช้ในการทำลวดลายบนกระจกโดยใช้สติกเกอร์พีวีซีแทนกระดาษหรือแผ่นโลหะ มาตัดฉลุให้ได้ลวดลายตามต้องการติดลงบนกระจก ลอกส่วนที่ต้องการเกิดลวดลายออกแล้วใช้เครื่องพ่นทรายแทนการพ่นสีลงไป ทำให้เกิดลวดลายเป็นรอยฝ้าขาวบนพื้นแก้วที่เรียบใสตามต้องการ
ลวดลายที่เกิดจากกรรมวิธีพ่นทรายสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
1. แบบโพซิทีฟ (Positive)
เป็นลวดลายที่ส่วนที่เป็นลายจะเป็นสีฝ้าขาวอยู่บนพื้นแก้วใส ทำได้โดยการแกะสติกเกอร์ส่วนที่เป็นลวดลายออก แล้วพ่นทรายลงในบริเวณที่เป็นลวดลายนั้น ก็จะได้ลวดลายที่เป็นแบบโพซิทีฟ (Positive)
2. แบบเนกาทีฟ (Negative)
เป็นลวดลายที่ส่วนที่เป็นลายจะเป็นแก้วใสอยู่บนพื้นที่เป็นฝ้าขาวโดยรอบ ทำได้โดยการแกะสติกเกอร์ส่วนที่เป็นพื้นรอบนอกออกเหลือไว้แต่ส่วนที่เป็นลวดลายและพ่นทรายลงบนบริเวณรอบ ๆ ส่วนที่เป็นลวดลาย ก็จะได้ลวดลายแบบเนกาทีฟ (Negative)

กลับหน้าหลัก